Call Center

02-991-8999

Call Center

02-552-8777

เป็นแค่ หวัดหรือไซนัส

โดย นพ.จุมพล จารึกสถิตย์วงศ์

คำถาม 1. โรคไซนัสอักเสบกับหวัดแตกต่างกันอย่างไร?

คำตอบ : หวัด จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสหวัดมักจะหายได้เองภายในประมาณ 7 วัน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการ นานกว่า 7 วันขึ้นไปโดยที่อาการไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หรือมีอาการดีขึ้นในช่วงแรกแล้วกลับแย่ลงอีก จะถือว่าผู้ป่วยเป็นโรคไซนัสอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนโรคไซนัสอักเสบชนิดเรื้อรังสาเหตุของโรคมักเกิดจากการติดเชื้อแต่รักษาไม่ต่อเนื่อง, เชื้อดื้อยา, เชื้อราในไซนัส

คำถาม 2. อาการแบบไหน ให้สงสัยเป็นไซนัสอักเสบ?

คำตอบ :

  • มีน้ำมูกหรือมีเสมหะที่มีลักษณะข้น สีเหลืองหรือเขียวในลำคอหรือไหลลงคอ
  • หายใจติดขัด อึดอัด คัดจมูก
  • ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น หรือคนรอบข้างบอกว่ามีกลิ่น
  • ไอ เจ็บคอ
  • ปวดฟัน
  • การรับรู้กลิ่นหรือรสชาติแย่ลง
  • ปวดบริเวณหัวตา หน้าผาก โหนกแก้ม จมูกบริเวณระหว่างคิ้วและรอบๆ กระบอกตา
  • อาจปวดหัว มีไข้ อ่อนเพลีย หรือไอเรื้อรังร่วมด้วย
คำถาม 3. การรักษาโรคไซนัสอักเสบ?

คำตอบ :

1. ยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปถ้าพบว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงไซนัสแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะประมาณ 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและชนิดของเชื้อก่อโรค นอกจากนี้ในกรณีของโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยสเตียรอยด์พ่นจมูกหรือสเตียรอยด์ผสมน้ำเกลือล้างจมูก

 

2. ยาแก้แพ้ เพื่อลดภาวะภูมิแพ้ที่ส่งผลให้เกิดไซนัสอักเสบได้

 

3. ยาพ่นจมูก ยาพ่นจมูกที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อและการแพ้อากาศ และทำให้หายใจโล่ง

 

4. ยาแก้คัดจมูก ช่วยให้หลอดเลือดในเนื้อเยื่อจมูกชั้นในหดตัว ส่งผลให้อาการคัดจมูกและน้ำมูกไหลน้อยลง

 

5. ใช้น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อล้างเมือกจากโพรงจมูกและไซนัส

 

6. การรักษาโดยการผ่าตัด

คำถาม 4. วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคไซนัสอักเสบ?

คำตอบ :

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่หักโหม
  • หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ เมื่อมีอาการคล้ายหวัดกำเริบ
  • หลีกเลี่ยงภาวะอุณหภูมิแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น
  • ถ้ามีอาการมากขึ้นควรรีบมาพบแพทย์ รับประทานยาพร้อมทั้งติดตามการรักษาอย่างสม่ำเสมอ

ข่าวอื่นๆ

การฝากครรภ์ สำคัญอย่างไร

โดย นพ.สุพจน์ พลานุสิตเทพา คำถาม 1. ทำไมการฝากครรภ์ถึงสำคัญสำหรับคุณแม่และลูกน้อย? คำตอบ : การฝากครรภ์ทำให้คุณแม่ได้รับการดูแลสุขภ

สัญญาณเตือน เสี่ยงโรคไต

โดย พญ.สาหร่าย มงคลศิลป์ คำถาม 1. โรคไตมีสัญญาณเตือนอย่างไรบ้าง? คำตอบ : ปัสสาวะเป็นเลือด, ปัสสาวะเป็นฟอง, ปัสสาวะช่วงกลางคืนบ่อยค